กรมคุมประพฤติไทยก้าวสู่เวทีโลก! ร่วมประชุม UNODC ณ กรุงเวียนนา แลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับงานคุมประพฤติสู่มาตรฐานสากล

14 ตุลาคม 2569

0

0

กรมคุมประพฤติร่วมประชุมผู้เชี่ยวชาญ 17 ประเทศ จัดโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมพิจารณาปรับปรุงร่างคู่มือว่าด้วยการคุมประพฤติ (Handbook on Probation) โดยกรมคุมประพฤติได้นำเสนอแนวปฏิบัติด้านพัฒนาการของงานคุมประพฤติ การปฏิบัติงานตามกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญและมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการปรับปรุงร่างคู่มือ

กรมคุมประพฤติ นำโดย ดร.ยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยนายเจษฎา พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการคุมประพฤติ และนางสาวมิ่งขวัญ คุ้มวงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัยผู้เสพยาเสพติด เข้าร่วมการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการจัดตั้งงานคุมประพฤติและแนวปฏิบัติด้านการคุมประพฤติ (Expert Group Meeting on the Establishment of Probation Services and Probation Practices) ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก 17 ประเทศ ในระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเวียนนา (VIC) สาธารณรัฐออสเตรีย จัดโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อทบทวนและปรับปรุงร่างคู่มือว่าด้วยการคุมประพฤติ (Handbook on Probation) ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศสมาชิกและมาตรฐานสากล โดยรองอธิบดีกรมคุมประพฤติได้นำเสนอประสบการณ์ของประเทศไทยใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. พัฒนาการของงานคุมประพฤติไทย จากจุดเริ่มต้นของมาตรการพักการลงโทษ (Parole) ในปี พ.ศ. 2479 สู่การพัฒนาระบบคุมประพฤติในปัจจุบัน

2. การปฏิบัติงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ภายใต้พระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559 โดยเน้นการใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

3. การคุ้มครองสิทธิผู้กระทำผิด โดยนำเสนอกลไกทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ ชี้แจง และโต้แย้งข้อมูลหรือรายงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของตน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ แนวปฏิบัติของประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ โดยมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมคุมประพฤติประเทศไทยเพื่อประกอบการศึกษาและปรับปรุงร่างคู่มือดังกล่าว พร้อมร่วมกันพิจารณาเนื้อหาและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องตลอดการประชุม

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาเนื้อหาคู่มือการคุมประพฤติ (Probation Handbook) พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง

การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของกรมคุมประพฤติไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนานาประเทศ และมีส่วนร่วมพัฒนามาตรฐานงานคุมประพฤติระดับสากล เพื่อส่งเสริมการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด การคุ้มครองสิทธิ และการสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด