รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยกระดับการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษตามกฎหมาย JSOC คลอดกลไกระดับจังหวัด–อำเภอ พร้อมเคาะแนวปฏิบัติการใช้มาตรการทางการแพทย์ ป้องกันก่อเหตุซ้ำ

2 กันยายน 2569

13

0

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยกระดับการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษตามกฎหมาย JSOC คลอดกลไกระดับจังหวัด–อำเภอ พร้อมเคาะแนวปฏิบัติการใช้มาตรการทางการแพทย์ ป้องกันก่อเหตุซ้ำ

กระทรวงยุติธรรม ยกระดับการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษตามกฎหมาย JSOC คลอดกลไกระดับจังหวัด-อำเภอ ดึงฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และเรือนจำ ร่วมติดตามเชิงรุก หวังเห็นความรวดเร็ว เข้าจัดการได้ทัน พร้อมเคาะแนวปฏิบัติการใช้มาตรการทางการแพทย์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

วันนี้ (2 กันยายน 2569) พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง .. 2565 โดยมุ่งยกระดับการเฝ้าระวังจากการทำงานเฉพาะหน่วยงาน สู่ "ระบบเฝ้าระวังเชิงรุกในระดับพื้นที่"เพื่อให้สามารถติดตาม ประเมิน และจัดการความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมี ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ คณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม

ที่ประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีข้อสั่งการให้ กรมคุมประพฤติเร่งประสานกรมการปกครอง จัดตั้งกลไกการทำงานในพื้นที่ ประกอบด้วย คณะกรรมการบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำระดับจังหวัด คณะทำงานระดับอำเภอ รวมถึงชุดปฏิบัติการติดตามผู้ถูกเฝ้าระวัง และชุดปฏิบัติการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

เพื่อให้การติดตามผู้ถูกเฝ้าระวังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและการปฏิบัติงานได้ถึงระดับพื้นที่ พร้อมบูรณาการการทำงานของ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข เรือนจำ และสำนักงานคุมประพฤติ ตั้งแต่ข้อมูลก่อนปล่อยตัว การติดตามเฝ้าระวัง การรักษาและบำบัด การแก้ไขฟื้นฟู ตลอดจนการดำเนินมาตรการตามกฎหมายเมื่อพบสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง

สำหรับด้านการดูแลผู้มีอาการทางจิต ที่ประชุมกำหนดแนวทางดำเนินการเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข โดยกรณีศาลมีคำสั่งใช้มาตรการทางการแพทย์ จะส่งเข้ารับการรักษาหรือประเมินอาการ พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีศาลไม่ได้กำหนดมาตรการดังกล่าว แต่พบสัญญาณความเสี่ยงหรือสงสัยความผิดปกติทางจิต จะดำเนินการคัดกรองและส่งต่อเพื่อประเมินและเข้าสู่ระบบการรักษา หากมีอาการทางจิตรุนแรงหรือมีความเสี่ยงก่ออันตราย จะประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และสถานพยาบาลทันที และหากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย สามารถดำเนินการขอคุมขังฉุกเฉินตาม มาตรา 38 พร้อมรายงานและเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการภายใน 24 ชั่วโมง

การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งให้การเฝ้าระวังเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นสถานการณ์และความเสี่ยงได้รอบด้าน เข้าดำเนินการได้รวดเร็ว และร่วมกันสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด