กรมคุมประพฤติ | Department of Probation
กรมคุมประพฤติ

Department Of Probation

ค้นหายอดนิยม

เมาแล้วขับ…ความเสี่ยงที่สังคมต้องร่วมกันหยุด

6 พฤษภาคม 2569

5

0

เมาแล้วขับ…ความเสี่ยงที่สังคมต้องร่วมกันหยุด

ทุกครั้งที่เทศกาลมาถึง ถนนสายต่าง ๆ เต็มไปด้วยการเดินทางของผู้คนที่มุ่งหน้ากลับบ้านหรือออกไปเฉลิมฉลองกับครอบครัวและเพื่อนฝูง บรรยากาศแห่งความสุขควรเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ แต่ในอีกด้านหนึ่ง
กลับมีข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีสาเหตุสำคัญจากพฤติกรรม "เมาแล้วขับ" ปัญหาที่ฝังรากลึก
ในสังคมไทย และยังคงเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง

การเมาแล้วขับไม่ใช่เพียงการกระทำที่ผิดกฎหมายเท่านั้น หากแต่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อชีวิตของผู้ขับขี่ ผู้ใช้ถนนร่วมกัน และครอบครัวของผู้สูญเสีย หลายเหตุการณ์เริ่มต้น
จากความคิดเพียงว่า "ยังไหว" หรือ "ใกล้บ้านนิดเดียว" แต่กลับนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืนได้
ความประมาทเพียงชั่วขณะ อาจแลกมาด้วยชีวิตทั้งชีวิต

ในบริบทของการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงอย่าง "เมาแล้วขับ" กรมคุมประพฤติมีบทบาทสำคัญ
ในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการควบคุมหรือกำกับดูแลผู้กระทำผิดตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น หากแต่ให้ความสำคัญกับการ "ฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" ควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ แนวทางดังกล่าวเริ่มต้นจากการประเมินพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงของผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม และนำไปสู่การออกแบบแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมเฉพาะราย ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา การบำบัดพฤติกรรมการดื่มสุรา ตลอดจนการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนและความตระหนักถึงโทษภัยของแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านการทำงานบริการสังคม อาทิ การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ด่านชุมชนและด่านตรวจค้น การปรับภูมิทัศน์บริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง การเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ผ่านกล้องวงจรปิด (
CCTV) แบบเรียลไทม์ การบริจาคโลหิต และการดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุในโรงพยาบาล ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบจาก
การกระทำของตนเองอย่างลึกซึ้ง กระบวนการดังกล่าวเสะท้อนถึงการแก้ไขปัญหาในเชิงลึกที่มุ่งเน้น
การเปลี่ยนแปลงจากภายในของผู้กระทำผิด มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว อันจะช่วยลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมให้บุคคลสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป

ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "การแก้ไขปัญหา
เมาแล้วขับ ต้องไม่หยุดอยู่แค่การลงโทษ แต่ต้องทำให้ผู้กระทำผิดเกิดความเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ และสามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้อย่างยั่งยืน"
คำกล่าวนี้สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหา ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน มากกว่าการบังคับจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเมาแล้วขับไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องร่วมกันสร้างค่านิยม "ดื่มไม่ขับ" อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนทางเลือกในการเดินทางที่ปลอดภัย เช่น การใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือให้ผู้ที่ไม่ดื่มเป็น
ผู้ขับขี่ รวมถึงช่วยกันสอดส่องดูแลและเตือนสติผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในสังคม

ท้ายที่สุดแล้ว การลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ไม่ได้เริ่มจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเท่านั้น แต่เริ่มต้นจาก "ตัวเราเอง" ด้วยการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ เลือกที่จะไม่ขับขี่ยานพาหนะเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นบนท้องถนนเป็นสำคัญเพราะทุกชีวิตมีคุณค่า และสังคมที่ปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราทุกคนร่วมกันหยุดพฤติกรรม "เมาแล้วขับ" อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

Messenger