จำนวนผู้เข้าชม : 235

   


“ศูนย์ขวัญแผ่นดิน” พลิกความหวัง สร้างพลังแก้ปัญหายาเสพติด [2022-01-10]

การนั่งเรียงแถวแนวยาว มีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภายใต้หลังคาโค้งมน บนลานเปิดโล่งและกว้างขวาง เสื้อสีเหลืองสกรีนข้อความ “ศูนย์ขวัญแผ่นดิน” พร้อมผูกผ้าพันคอดูเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับถูกฝึกวินัยมาเป็นอย่างดีของผู้เข้ารับการอบรมฯ ที่ค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า เป็นค่ายต้นแบบของแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย”

          โครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในรูปแบบศูนย์ขวัญแผ่นดิน โดยการนำของ ดร.สุวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล ผู้เป็นโต้โผของค่ายฯ มากว่า 20 ปี เปรียบเสมือนพ่อใหญ่ของบ้านที่ดูแลผู้เข้าอบรบฯ กว่า 115 คน ที่เป็นผู้กระทำผิดในฐานความผิดยาเสพติด ภายใต้การดูแลของกรมคุมประพฤติ โดยเน้นการดูแลทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการยอมรับในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงลบ สร้างพฤติกรรมเชิงบวก ควบคุมตนเองให้มีทักษะการปรับตัวเข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยมีผู้เข้ารับการอบรมฯ เป็นศูนย์กลาง ทำให้บ้านหลังใหญ่แห่งนี้แตกต่างจากค่ายบำบัดอื่นๆ

นอกจากกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองที่ทางค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดินได้จัดให้กับผู้เข้าร่วมอบรมฯ แล้ว ยังมีการส่งเสริมในเรื่องอาชีพ อย่างการแข่งขันการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ ที่ผู้เข้ารับการอบรมฯ แข่งขันกันเอง ทั้งอาหารคาวและหวาน ซึ่งการแข่งขันดังกล่าว ช่วยจุดประกายผู้เข้ารับการอบรมฯ ค้นพบเสน่ห์ปลายจวักในตัว ถึงขั้นกรรมการเอ่ยปากชมว่า หากทำขายสามารถแข่งกับเจ้าดังๆ ในกรุงเทพฯ ได้เลย สิ่งเหล่านี้อาจเป็นตัวฉุดกระชากให้พวกเขาได้ตระหนักและเห็นคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น

          จากภาพที่ปรากฏและเสียงสะท้อนของผู้เข้ารับการอบรมฯ บอกเล่าสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาได้รับบ่งบอกถึงความสุข ความสนุกสนาน ความอบอุ่น และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กินอิ่ม นอนหลับ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลา 12 วัน แต่ผลของมันกลับทดแทนสารเสพติดที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้เพียงชั่วขณะ พร้อมทั้งเติมเต็มให้ผู้เข้ารับการอบรมฯ ซึ่งบางคนอาจไม่เคยได้รับมันเลยมาทั้งชีวิตก็เป็นได้ และยังเป็นระยะเวลาเพียง 12 วันที่พวกเขาจะได้ฟื้นฟูร่างกายหลังจากใช้ยาเสพติดกันมาอย่างหนักหน่วง อย่างไรก็ตาม แม้ระยะเวลาเพียง 12 วันจะช่วยตัดวงจรการเสพและค้ายาเสพติดได้ชั่วเวลาหนึ่ง แต่อาจช่วยบางคนเกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเลิกยาเสพติดด้วยความแน่วแน่ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ส่องประกายดั่งแสงเทียนอุดมการณ์

แน่นอนว่า ผลลัพธ์ของค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่หักห้ามใจตัวเองได้ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เขากลับไปสู่วังวนเดิมๆ ยิ่งได้เห็นเหล่าบรรดาผู้ปกครองของผู้เข้ารับการอบรมฯ เปิดใจยอมรับว่าละเลยในการเลี้ยงดูลูก เพราะทำแต่งาน ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่แต่ละครอบครัวต้องหันกลับมาเอาใจใส่ เข้าใจ และพร้อมจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกัน

กิจกรรมเล็กๆ ของค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน ได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ โดยนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เล่าถึงแนวคิดที่จะต่อยอดโครงการดังกล่าวว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ต้องดูแลผู้กระทำผิดกว่า 500,000 รายต่อปี กว่า 80% เป็นคดียาเสพติด เดิมทีในระบบบังคับบำบัดรองรับได้เต็มที่เพียง 25,000 รายต่อปีเท่านั้น และด้วยกฎหมายที่ปรับเปลี่ยน กรมคุมประพฤติ จึงปรับกลวิธีในการดูแลผู้กระทำผิดเหล่านี้ โดยนำรูปแบบและแนวคิด “ค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน” เข้ามาปรับใช้ รวมถึงพัฒนาศักยภาพวิทยากรแกนนำและขยายการจัดค่ายในรูปแบบศูนย์ขวัญแผ่นดินให้ครอบคลุมทุกจังหวัด และจะเป็นหนึ่งในโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด โดยเฉพาะผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดแบบปูพรมทั้งประเทศ เพราะผลพลอยได้ของค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน คือ แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและชุมชน นำไปสู่การแก้ปัญหายาเสพติดในภาพรวม

ตามที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่า การแก้ปัญหายาเสพติด เปรียบเสมือน “เกลียวเชือก” ที่ต้องมัดรวมร่วมมือระหว่างตัวผู้กระทำผิดเอง ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ที่จะพลิกความหวังสู่พลังในการแก้ปัญหายาเสพติดต่อไป