จำนวนผู้เข้าชม : 161

   


ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมประชุมพนักงานสอบสวน ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ชี้แจงความพร้อมการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring หรือ EM) มาใช้ในภารกิจงานคุมประพฤติ [2020-09-22]

ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมประชุมพนักงานสอบสวน ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ชี้แจงความพร้อมการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring หรือ EM) มาใช้ในภารกิจงานคุมประพฤติ

 

               วันนี้ (๒๒ กันยายน ๒๕๖๓) เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวดุษสิยา วงศ์วาสนา ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมประชุมพนักงานสอบสวน ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน ๒๑ แห่ง มีพนักงานสอบสวนเข้าร่วมประชุม ๔๙ นาย โดยมี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็นประธาน ด้วยระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference System)  เพื่อทำความเข้าใจและประสานความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการแจ้งสิทธิผู้เสียหาย ตามพรบ.ค่าตอบแทนฯ  พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ภารกิจงานคุมประพฤติ และชี้แจงความพร้อมการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring หรือ EM) มาใช้ในภารกิจงานคุมประพฤติ ซึ่งได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คือมุ่งเน้นการลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษน้อย หรืออาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในเรือนจำได้เข้าสู่ระบบการคุมประพฤติ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับสังคม โดยกรมคุมประพฤติได้นำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM” มาใช้ในการเฝ้าระวัง ควบคุมดูแล และติดตามกับกลุ่มเป้าหมาย ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑. กลุ่มนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุก ๒. กลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ และ ๓. กลุ่มผู้รอการตรวจพิสูจน์ ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ พร้อมทั้งมี ศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ ศูนย์ EMCC” เป็นศูนย์กลางเพื่อควบคุมติดตามกลุ่มเป้าหมายข้างต้นให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข รวมถึงสามารถบริหารจัดการหากมีผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือจงใจฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นภัยต่อประชาชนและสังคมตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุม ดูแล ติดตามผู้กระทำผิด อีกทั้งยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่สังคม ตลอดจนให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดในการกลับตนเป็นคนคืนสู่สังคม โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ

ทั้งนี้ หากพบผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขคุมความประพฤติ หรือผู้มีพฤติการณ์ใดๆ เพื่อทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมคุมประพฤติ โทร. ๑๑๑๑ กด ๗๘


                                        
ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี...(๒๒ กันยายน ๒๕๖๓)