จำนวนผู้เข้าชม : 247

   


อธิบดีกรมคุมประพฤติลงพื้นที่จังหวัดกระบี่มอบนโยบายคืนคนดีสู่สังคม พร้อมสนับสนุนงานอาสาสมัครคุมประพฤติ [2020-07-10]

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2563) นายวิตถวัลย์  สุนทรขจิต  อธิบดีกรมคุมประพฤติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งกรมคุมประพฤติได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการจ้างงานผู้กระทำผิดภายใต้โครงการคืนคนดีสู่สังคม เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโอกาสในการกลับตนเป็นคนดี รวมทั้งสนับสนุนและช่วยเหลือผู้พ้นโทษ เข้าทำงานในหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานเอกชน ทำให้ผู้กระทำผิดเหล่านั้นมีรายได้เลี้ยงดูตนเองได้ในช่วงหลังพ้นโทษ รวมทั้งเป็นการฝึกฝนทักษะการทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติและพฤตินิสัยให้ผู้กระทำผิดเกิดความภาคภูมิใจเห็นคุณค่าของตนเองและไม่หวนไปกระทำผิดซ้ำ  พร้อมถ่ายทอดนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการแก้ปัญหาคนล้นคุก ซึ่งบทบาทภารกิจของกรมคุมประพฤติในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 สามารถช่วยลดและป้องกันปริมาณนักโทษเข้าสู่เรือนจำได้ ด้วยกระบวนการแก้ไขฟื้นฟูและการพัฒนาพฤตินิสัย รวมถึงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) มาใช้ พร้อมทั้งการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงอาสาสมัครคุมประพฤติและผู้นำชุมชนในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด โดยมีนายศักย์  ดิษฐาน  ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกระบี่ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกระบี่

 

นอกจากนี้ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้พบปะพูดคุยกับอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดกระบี่ จำนวน 20 คน พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครคุมประพฤติดีเด่น ประจาปี พ.ศ. 2562 ให้แก่ นายสำเนาว์ ชนะสุข  ทั้งนี้ อธิบดีกรมคุมประพฤติยังได้รับฟังปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของกรมคุมประพฤติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ไขฟื้นฟู และการปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อให้การดำเนินงานของกรมคุมประพฤติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดอันจะเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่ (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

 

จากนั้น อธิบดีกรมคุมประพฤติได้เข้าพบ นายกมล สุปรียสุนทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อหารือเรื่องมาตรการทางเลือกแทนการจำคุก ด้วยการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) มาใช้กับผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ เพื่อเป็นแนวทางการลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น และเป็นการลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม