จำนวนผู้เข้าชม : 157

   


คุมประพฤติเมาขับลดฮวบ 63% พบกระทำผิดซ้ำ 203 ราย [2021-01-07]

กรมคุมประพฤติ เผยเทศกาลปีใหม่คุมประพฤติเมาแล้วขับลดฮวบกว่า 7,500 คดีคิดเป็น 63% พบการกระทำผิดซ้ำ 203 ราย เตรียมส่งเข้าค่ายปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน
.

          วันนี้ (7 มกราคม 2564) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงข่าวสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ภายใต้ชื่อ “คุมประพฤติใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน เมาขับจับติด EM” โดยมีคณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
.

          อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ตลอด 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563 - 4 มกราคม 2564 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 117 แห่ง มีจำนวนทั้งสิ้น 4,648 คดี จำแนกเป็น
.

          คดีขับรถในขณะเมาสุรา  จำนวน 4,435 คดี  คิดเป็นร้อยละ 95.42

          คดีขับเสพ                 จำนวน   193 คดี  คิดเป็นร้อยละ 4.15

          คดีขับรถประมาท         จำนวน     20 คดี  คิดเป็นร้อยละ 0.43
.

          จังหวัดที่มีคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 415 คดี 2. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 365 คดี และ 3. จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 349 คดี
.

          เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่ระบบงานคุมประพฤติ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา มีจำนวนลดลงถึง 7,562 คดี คิดเป็นร้อยละ 63

 .

อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดย้อนหลัง 3 ปี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำในคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 203 ราย และมีผู้กระทำผิดซ้ำในฐานความผิดเดียวกันจากช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 จำนวน 18 ราย นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำในคดีขับเสพ อีกจำนวน 9 ราย
.

สำหรับการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ กำไล EM ในช่วง 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด มีจำนวนทั้งสิ้น 58 ราย โดยส่วนใหญ่ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่อยู่อาศัย ในช่วงเวลา 23.00-04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติได้ดำเนินการติดอุปกรณ์ EM แล้วจำนวนทั้งสิ้น 10,470 ราย  โดยเป็นคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 จำนวน 113 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2563)
.

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการคุมความประพฤติ นอกจากการปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติ ได้แก่ รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม การพักใช้ใบอนุญาตขับรถ การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย วินัยจราจร หรือห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้ว ในส่วนของการแก้ไขฟื้นฟู กรมคุมประพฤติได้ดำเนินการคัดกรองด้วยแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว หากพบว่า มีผู้กระทำผิดที่มีพฤติกรรมการติดสุราระดับสูงจะส่งเข้ารับการบำบัดการติดสุรากับสถานพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นระยะเวลา 4 เดือน นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำจะดำเนินการเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง ร่วมกับการทำงานบริการสังคม อาทิ การดูแลเหยื่ออุบัติเหตุ การช่วยเหลืองานในโรงพยาบาล และการให้ความรู้สร้างจิตสำนึก เช่น การเยี่ยมชมห้องดับจิตและตึกอุบัติเหตุ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการขับรถขณะเมาสุรา
.

ทั้งนี้ ในช่วงตลอด 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาล รวมจำนวน 142 ครั้ง โดยให้บริการประชาชนที่จุดบริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคมโดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ผ้าเย็น เครื่องดื่ม กาแฟ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย แจกแอลกอฮอล์เจล หน้ากากอนามัย อำนวยความสะดวกจราจร ให้คำแนะนำในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) แก่ประชาชนที่เดินทาง ตรวจเยี่ยมด่าน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ณ ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น รวมทั้งสิ้น จำนวน 300 จุด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ผู้ถูกคุมความประพฤติ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จำนวนทั้งสิ้น 2,461 ราย