จำนวนผู้เข้าชม : 329

   


รมว.ยธ. แถลงยกเลิกสัญญากำไล EM พร้อมปรับค่าเสียหายกว่า 83 ล้านบาท [2019-09-20]

รมว.ยธ. แถลงยกเลิกสัญญากำไล EM พร้อมปรับค่าเสียหายกว่า 83 ล้านบาท

ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงกรณีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM (Electronic Monitoring) สามารถถอดออกได้ เป็นผลให้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์นั้น กระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และต่อมากระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติได้นำข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปผลปรากฏว่า กรมคุมประพฤติมีการดำเนินการทำสัญญาเช่าและติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว พร้อมระบบที่เกี่ยวข้องสำหรับการติดตามตัวผู้กระทำผิด จำนวน 4,000 เครื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ถึงเดือนกันยายน 2563 รวม 21 เดือน ด้วยงบประมาณ 74,470,000 บาทกับบริษัท สุพรีม ดีสทิบิวชั่น  (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด และได้มีการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรับทราบข้อมูลจากการนำอุปกรณ์ EM มาใช้อาจมีข้อบกพร่องบางประการ กรมคุมประพฤติจึงเชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาทดสอบ การถอดโดยการดึงรั้งสายรัดอุปกรณ์ในลักษณะปกติวิสัยปรากฏว่า ไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนในประเด็น ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนจากการใช้เทคนิคอื่นใดทางกรมคุมประพฤติต้องมีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน  ประกอบกับบริษัทส่งเอกสารการดำเนินงานตามสัญญาให้คณะกรรมการตรวจรับไม่ครบถ้วน ดังนั้น กรมคุมประพฤติจึงชะลอการจ่ายเงินไปยังบริษัท เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ  

                ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ว่าอุปกรณ์ดังกล่าว สามารถ ถอดออกได้ เกิดจากความบกพร่องของตัวอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะไม่ตรงตามขอบเขตของงาน (TOR) ซึ่งกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการแจ้งให้บริษัทนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนภายใน 15 วันตามสัญญา ซึ่งบริษัทไม่ สามารถดำเนินการตามระยะเวลาดังกล่าวได้ ดังนั้น เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 กรมคุมประพฤติจึง ดำเนินการแจ้งยกเลิกสัญญาไปยังบริษัทดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 กรมคุมประพฤติ ได้ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญา โดยได้มีหนังสือทวงถามบริษัทให้ชำระหนี้ค่าเสียหาย จำนวน 83,825,810 บาท ประกอบด้วย ค่าปรับที่เกิดจากการส่งมอบและติดตั้งให้ถูกต้องครบถ้วนเกินกำหนด ค่าปรับที่เกิดจากการไม่นำอุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม่ให้ภายในเวลาที่กำหนด ค่าปรับความเสียหายที่เกิดจากกรณีเจ้าหน้าที่ไม่มาปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานแต่ไม่ครบจำนวนเวลา ค่าปรับกรณีผู้ให้เช่าไม่สามารถนำอุปกรณ์ฯ มาเปลี่ยนให้ใหม่ เป็นระยะเวลาติดต่อกันเกิน 15 วัน นับจากกรมแจ้ง และค่าเสียหายภายหลังจากการบอกเลิกสัญญา กรณีกรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณได้ โดยให้ดำเนินการชำระหนี้ค่าเสียหายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 15 วัน หากครบกำหนดระยะเวลาแล้ว บริษัทคู่สัญญาไม่ชำระหนี้ ถือว่าบริษัทคู่สัญญาผิดนัด กระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุมประพฤติ จะดำเนินการฟ้องร้องคดีต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทคู่สัญญาต่อไป