จำนวนผู้เข้าชม : 189

   


มิติใหม่งานคุมประพฤติ! ใช้นวัตกรรมดิจิทัลในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด [2019-05-30]

 วันนี้ (30 พฤษภาคม 2562) นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “มิติใหม่งานคุมประพฤติ: นวัตกรรมดิจิทัลในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด” (Digital Innovation in Community Corrections) พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง “การใช้นวัตกรรมดิจิทัลในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด” โดยมีนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ คณะผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ภายในงานยังมีการอภิปรายเรื่อง “นวัตกรรมดิจิทัลกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรม” และ “นวัตกรรมดิจิทัลในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในชุมชนในต่างประเทศ” จากวิทยากรต่างประเทศ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร 

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนภารกิจไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและลดการกระทำผิดซ้ำจะต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรม ตลอดจนพิจารณาแนวโน้มเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงประยุกต์เข้ากับสิ่งที่ดำเนินการอยู่ เพื่อให้เกิดความเท่าทันและตอบสนองความท้าทายจากสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมจึงได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในด้านต่างๆ อาทิ การนำเทคโนโลยี Big Data มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM มาใช้กับผู้กระทำผิด การใช้เทคโนโลยีในการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและการตรวจพิสูจน์สารเสพติดในร่างกาย การใช้ Application Mobile เพื่อให้บริการประชาชน และการศึกษาเทคโนโลยี Block Chain มาประยุกต์ใช้ในการทำงานและให้บริการประชาชน เป็นต้น

 

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งได้ดำเนินการปรับกระบวนการทำงานให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยนำแนวคิดในการทำงาน แบบ “Smart Probation” มาใช้ เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ทำงานอย่างมีมาตรฐานเปิดกว้างและเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับสากล ตลอดจนตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring : EM) มาใช้กับผู้กระทำผิด การพัฒนาระบบงานคุมประพฤติเพื่อให้บริการแบบดิจิทัล (Digital Service) เป็นต้น ตลอดจนการแสวงหาองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ในการส่งเสริมคนดีกลับสู่สังคม

 

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวเสริมว่า การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กรมคุมประพฤติจัดขึ้นในโอกาสครบรอบงานคุมประพฤติ 40 ปี มุ่งสู่ Probation 4.0 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าของนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ จากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางการพัฒนาเชิงนโยบายและการปฏิบัติให้มีความก้าวหน้า บรรลุเป้าหมายการเป็นหลักประกันความปลอดภัยของชุมชนจากการกระทำผิดซ้ำ