จำนวนผู้เข้าชม : 108

   


กรมคุมประพฤติเดินหน้าเยียวยาผู้เสียหายในงานคุมประพฤติ [2019-03-26]

          วันนี้ (26 มีนาคม 2562) นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัย เรื่อง การเยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหายในงานคุมประพฤติ โดยมีนายชัยวัฒน์ ร่างเล็ก ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย นายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ผศ.ดร.คมพล สุวรรณกูฏ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี และนายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายชมรมเหยื่อเมาไม่ขับกรุงเทพมหานคร ร่วมเสวนาในเรื่องดังกล่าว ณ โรงแรมทีเค พาเลซ โฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

          รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม นอกจากให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดในคดีอาญาที่เข้าสู่กระบวนงานคุมความประพฤติแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเหยื่อหรือผู้เสียหายอีกด้วย เพราะการเกิดอาชญากรรมแต่ละครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายและอาจเป็นมูลเหตุที่ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติได้ ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มของแนวทางและรูปแบบการเยียวยาความเสียหายให้แก่เหยื่อหรือผู้เสียหายที่เข้าสู่กระบวนงานคุมประพฤติอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

          สำหรับการวิจัยดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพความเสียหาย การกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการเยียวยาผู้เสียหาย และบทบาทของพนักงานคุมประพฤติในการปฏิบัติต่อผู้เสียหายในงานคุมประพฤติ ซึ่งผลการวิจัย พบว่า สภาพความเสียหาย ประกอบด้วย 1. ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการชดเชย และถูกข่มขู่จากผู้กระทำผิด รวมทั้งยังได้รับการปฏิบัติไม่ดีจากเจ้าหน้าที่ 2. การทำร้ายร่างกาย นอกจากถูกทำให้บาดเจ็บ และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 3. เพศ พบปัญหาด้านสภาพจิตใจ ไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือจากผู้กระทำผิดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 4. พระราชบัญญัติจราจรทางบก (เมาแล้วขับ) มีความเสียหายในชีวิต ทรัพย์สิน ความยากลำบากในการดำเนินชีวิตในครอบครัว ซึ่งวิธีการที่เหมาะสมในการเยียวยาผู้เสียหาย ได้แก่ 1. การเยียวยาผู้เสียหายโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น การให้คำปรึกษาตามกรอบของกฎหมาย การให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้เสียหาย การให้คำแนะนำด้านสิทธิค่าชดเชย เป็นต้น 2. การเยียวยาผู้เสียหายโดยชุมชน หรือเครือข่ายทางสังคม เช่น การให้กำลังใจแก่ผู้เสียหาย การใช้มาตรการทางสังคมลงโทษผู้กระทำผิด และ 3. การเยียวยาผู้เสียหายโดยผู้กระทำผิดทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน ทั้งนี้ บทบาทของพนักงานคุมประพฤติในการปฏิบัติต่อผู้เสียหายในงานคุมประพฤติควรให้คำแนะนำแก่ผู้เสียหาย รวมทั้งช่องทางอื่นในการบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้เข้าถึงแหล่งบริการต่างๆ อย่างครบวงจร ซึ่งกรมคุมประพฤติ ควรมีการเตรียมการให้พนักงานคุมประพฤติมีความพร้อม และการติดตามบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายหรือเยียวยาผู้เสียหายตามคำพิพากษาของศาล รวมทั้งสนับสนุนกองทุนเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้ผู้เสียหายดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขต่อไป