จำนวนผู้เข้าชม : 229

   


กรมคุมประพฤติผนึกกำลังสำนักงานศาลยุติธรรมใช้ EM กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ เริ่มสงกรานต์นี้ [2018-04-11]

กรมคุมประพฤติผนึกกำลังสำนักงานศาลยุติธรรมใช้ EM กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ เริ่มสงกรานต์นี้

วันนี้ (11 เมษายน 2561) เวลา 13.00 นาฬิกา นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงดอนเมือง จัดแถลงข่าว การใช้ EM กับคดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า การประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรม และกรมคุมประพฤติในครั้งนี้ เป็นการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวของสำนักงานศาลยุติธรรมมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติที่ศาลมีคำสั่งพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และกำหนดเงื่อนไขให้ติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวดังกล่าว โดยระยะแรกจะเริ่มนำร่องศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลแขวงดอนเมือง ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สำหรับการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว จะใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุรา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 และสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 12 นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศูนย์ควบคุมและติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring Center) ของสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานคุมประพฤติในการติดตามผู้ถูกคุมความประพฤติ ซึ่งได้ฝึกอบรมพนักงานคุมประพฤติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถดำเนินการตามมาตรการใช้ EM กับกลุ่มผู้กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุราได้ทันที

 

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงดอนเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของศาลจะนำ EM มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของจำเลยที่ต้องพิพากษาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับ ที่ปริมาณแอลกอฮอล์ 200-250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ศาลอาจใช้ดุลยพินิจสั่งให้รอการลงโทษ และกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติ เช่น ห้ามออกนอกสถานที่พักอาศัยในยามวิกาล โดยการใช้ EM กับกลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวภายใต้การดูแลของกรมคุมประพฤติต่อไป