จำนวนผู้เข้าชม : 83

   


กรมคุมประพฤติ ผนึก TICA และ JICA ต่อยอดมาตรการทางเลือกแทนการจำคุกในกลุ่มประเทศ CLMV [2018-01-09]

กรมคุมประพฤติ ผนึก TICA และ JICA ต่อยอดมาตรการทางเลือกแทนการจำคุกในกลุ่มประเทศ CLMV

          วันนี้ (9 มกราคม 2561) เวลา 9.00 นาฬิกา กรมคุมประพฤติ ร่วมกับ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และองค์กร JICA (ประเทศญี่ปุ่น) จัดการฝึกอบรมหลักสูตร The 2nd Phase of Third Country Training Programme for Development of Effective Community-based Treatment of Offenders in the CLMV Countries ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการไทย - ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2561 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้มาตรการแบบไม่ควบคุมตัวในการสร้างความปลอดภัยแก่สังคมเพื่อให้กลุ่มประเทศ CLMV ได้มีความรู้ในการจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนดำเนินการใช้มาตรการทางเลือกแทนการจำคุกที่สอดคล้องตามบริบทของแต่ละประเทศ รวมถึงการแสวงหาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว อันจะเป็นการต่อยอดและนำไปสู่การพัฒนาให้มีระบบงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมได้ในอนาคต ณ ห้องอบรม 1 วิทยาลัยกิจการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม

           ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประเทศไทย มิตรประเทศเพื่อนบ้าน และญี่ปุ่น จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคืองานคุมประพฤติและมาตรการแบบไม่ควบคุมตัว และเน้นย้ำถึงข้อเท็จจริงว่า อาชญากรรมไม่มีพรมแดนนอกจากนี้ ได้กล่าวถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการดำเนินการต่อผู้กระทำผิด โดยมุ่งหมายไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้น งานคุมประพฤติจึงเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำและคืนคนดี ให้มีโอกาสในการใช้ชีวิตปกติกลับสู่สังคม ซึ่งกรมคุมประพฤติมีนโยบายและมาตรการที่หลากหลาย และปัจจุบันกำลังพยายามพัฒนาระบบการคุมประพฤติ อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล ทั้งด้านข้อมูลส่วนตัว ครอบครัว ทัศนคติ รวมถึงนิสัยใจคอ บูรณาการกับความรู้ทางจิตวิทยามาใช้เสริมกับกระบวนการยุติธรรมในการศึกษาวิจัย และสร้างแผนงานเพื่อค้นหาสาเหตุหลักในการกระทำผิดซ้ำ และสามารถจัดระดับความเสี่ยงของผู้กระทำผิด เพื่อให้การคุมประพฤติถูกใช้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด 

         นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า การฝึกอบรมดังกล่าวครอบคลุมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ และกิจกรรมผู้เข้าฝึกอบรมฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนการบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการบังคับใช้มาตรการแบบไม่ควบคุมตัวจากวิทยากรของกรมคุมประพฤติและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศภาคีที่สำคัญและมีรูปแบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนเฉพาะตัว

 

อนึ่ง กลุ่มประเทศ CLMV คือ กลุ่มประเทศที่อยู่ระหว่างพัฒนางานคุมประพฤติ ซึ่งยังไม่มีระบบที่เป็นทางการ ประกอบด้วย ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม