จำนวนผู้เข้าชม : 16

   


กรมคุมประพฤติเน้นมาตรการเข้ม “ดูแลเหยื่อเมาแล้วขับ” [2018-01-08]

กรมคุมประพฤติเน้นมาตรการเข้ม ดูแลเหยื่อเมาแล้วขับ

          วันนี้ (8 มกราคม 2561) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม นำโดย นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ จัดแถลงข่าวสรุปยอดคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

            อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต จำนวน 423 ราย และบาดเจ็บ จำนวน 4,005 ราย ซึ่งมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 119 แห่ง มีจำนวนทั้งสิ้น 6,677 คดี แบ่งเป็น

- ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 6,030 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.31

- ขับเสพและอื่นๆ จำนวน 602 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.01

- ขับรถประมาท (ตามประมวลกฎหมายอาญา) จำนวน 45 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.67

 และจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 448 คดี สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร จำนวน 354 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 269 คดี

          นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุราและขับรถประมาทที่พ้นโทษในช่วงปี 2558-2560 กลับมากระทำผิดซ้ำ จำนวน 99 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5

          สำหรับเงื่อนไขที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาคุมประพฤติ 1-2 ปี ทำงานบริการสังคม เฉลี่ย 21 ชั่วโมง (ต่ำสุด 12 ชั่วโมง/ สูงสุด 72 ชั่วโมง) กำหนดรายงานตัว จำนวน 4 ครั้ง และเงื่อนไขอื่นๆ อาทิ อบรมจราจร การพักใบอนุญาตขับขี่ และห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นต้น

 

         ส่วนมาตรการสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำและกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในคดีขับรถขณะเมาสุรา จะให้ทำงานบริการสังคม โดยเน้นการดูแลช่วยเหลือเหยื่อเมาแล้วขับที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และหากมีพฤติกรรมติดสุราจะส่งเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกดื่มสุราและให้พนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการกระตุ้นจิตสำนึกและรับทราบถึงความสูญเสียต่างๆ นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติมีมาตรการนำเครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) มาใช้กับผู้ถูกคุมความประพฤติทุกกลุ่ม ทุกฐานความผิด ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561